<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนชาวโซเชียลระวังแฮกเกอร์ลวงเอารหัสOTP! แนะ3แจ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค. 64 - พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตราแกม ไลน์ ยูทูป เป็นต้น ซึ่งพบว่ามีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีผู้มาแจ้งความร้องทุกข์และขอความช่วยเหลือกรณีถูกคนร้ายแฮก หรือเจาะเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระยะหลังพบว่ามีมิจฉาชีพที่เราเรียกว่าแฮกเกอร์ ได้ใช้วิธีการหลอกลวงเอารหัสใช้ครั้งเดียว หรือ OTP ( One Time Password) คือชุดรหัสผ่านใช้ครั้งเดียวที่ระบบของผู้ให้บริการแต่ละแห่งสร้างขึ้นเพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต โดยเป็นชุดตัวเลขจำนวน 4-6 หลัก ที่ระบบจะส่งไปยัง SMS โทรศัพท์มือถือของเจ้าของข้อมูลนั้นๆ เพื่อใช้ตรวจสอบและยืนยันการเป็นเจ้าของข้อมูลที่แท้จริง ก่อนจะเข้าถึงข้อมูลส่วนของแต่ละคนได้ เช่น ข้อมูลสถาบันการเงิน หรือการใช้บริการด้านอื่นๆ ซึ่งรหัสผ่านชุดนี้จะมีอายุประมาณ 3 - 5 นาที หากเลยเวลาที่กำหนดจะไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่ผ่านมาแฮกเกอร์ที่หลอกลวงจะแอบอ้างตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือสถาบันทางการเงินหรือค่ายโทรศัพท์ เพื่อมุ่งหวังที่จะหลอกเอารหัสใช้ครั้งเดียวทิ้ง หรือ OTP จากเหยื่อไปกรอกเพื่อเข้าถึงข้อมูลของเหยื่อได้ ซึ่งที่ผ่านๆ มาเราพบว่ามีการหลอกลวงในหลายรูปแบบ&amp;nbsp; แต่มาระยะหลังข้อมูลจากผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความและขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ามีการใช้ความเป็นเพื่อนในโซเชียล มาหลอกเอา OTP มากขึ้น หรืออ้างตัวเป็นครูอาจารย์-เจ้านายเพื่ออาศัยความเกรงใจจากเหยื่อ&amp;quot; พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชน เกรงว่าจะหลงกลมิจฉาชีพหลอกลวงเอาOTP หรือรหัสใช้ครั้งเดียว&amp;nbsp; ปกติแล้วทางผู้ให้บริการจะให้เจ้าของกดใส่รหัส OTP ยืนยันด้วยตัวเอง จะไม่มีการฝากส่งรหัส OTP ของคนอื่นมาที่เรา ดังนั้นถ้ามีเพื่อนหรือคนรู้จักขอร้องมาให้เรารับรหัส OTP แล้วให้บอกกับเขา ขอให้ท่านตระหนักไว้ก่อนเลยว่านั่นอาจไม่ใช่เพื่อนหรือคนที่เรารู้จักแน่นอน&amp;nbsp; น่าจะเป็นแฮกเกอร์มาหลอกลวงเรา&amp;nbsp; อย่าส่งหรือเอา OTP ส่งให้เขาเด็ดขาด และหยุดการสนทนาไปจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพและมีความปลอดภัยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี หากพี่น้องประชาชนที่ถูกแฮกสื่อสังคมออนไลน์แล้วให้ปฏิบัติตามมาตรการ 3 แจ้ง คือ 1.แจ้งเพื่อนเราด้วยทุกวิธีที่จะทำได้ว่าสื่อสังคมออนไลน์ของเราถูกแฮก เพื่อนเราจะได้ทราบและไม่ตกเป็นเหยื่อของแฮกเกอร์อย่างอื่น เช่น แชตหลอกให้โอนเงิน 2.แจ้งแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์เพื่อให้กู้คืนบัญชีสื่อสังคมออนไลน์กลับมาให้เรา และ 3.แจ้งความที่สถานีตำรวจ&amp;nbsp; ด้วยความปรารถนาดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90934</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTP, ตร., ปอท., พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, โซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600e570a69959.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กอร.ฉ.&#039; ประเมินม็อบดาวกระจาย พร้อมจัดกำลังตร.ชุดเคลื่อนที่เร็วดูแลปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;ต.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) โดยพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริวัฒน์&amp;nbsp;ดีพอ รองโฆษก ตร. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และนายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกันแถลงสรุปภาพรวมสถานการณ์การชุมนุมและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงการดูแลการชุมนุมในภาพรวมเมื่อวานนี้ (19&amp;nbsp;ตุลาคม) มีการเตรียมกำลังตำรวจ เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม ผลการปฏิบัติไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นแต่อย่างใดการควบคุมสถานการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนการนัดรวมตัวการชุมนุมในวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ใด อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมความพร้อมในด้านการอำนวยความสะดวกการจราจรและการดูแลความสงบเรียบร้อยไว้พร้อมแล้ว ส่วนสถานการณ์การชุมนุมในรอบ&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง มี&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด คือ&amp;nbsp;1.แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(บางเขน)&amp;nbsp;2.หน้าเรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;3.มหาวิทยาลัยศิลปากร(วังท่าพระ)&amp;nbsp;4.บริเวณถนนตัดใหม่สาธุประดิษฐ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;5.หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม&amp;nbsp;2 6.&amp;nbsp;สภ.เมืองนนทบุรี โดยได้เลิกชุมนุมก่อนเวลา&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายมีการจับกุมผู้กระทำความผิดจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย ได้แก่&amp;nbsp;1.นายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงก์ ถูกเจ้าหน้าที่ สภ. เมืองขอนแก่น จับกุมได้ที่บ้านพักในอ.เมือง จ.ขอนแก่น ตามหมายจับศาลอาญาที่ ลงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ในความผิดตามมาตรา&amp;nbsp;116 2.จับกุมนายขวัญ จีนา ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;25863&amp;nbsp;ซึ่งกระทำผิดทุบทำลายป้อมกดสัญญาณไฟจราจรแยกบางนา ดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน,&amp;nbsp;ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์,&amp;nbsp;มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองประมวลกฎหมายอาญามาตรา&amp;nbsp;215&amp;nbsp;วรรคแรก รายที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จับกุมนายประวิทย์ สมรัตน์ ซึ่งเป็นบุคคลที่ปรากฏตามสื่อโซเชียลต่างๆ ว่าเป็นตำรวจปลอมตัวเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พิสูจน์ทราบแล้วว่าไม่ใช่ตำรวจ จึงได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้เสียทรัพย์ และชุมนุมเกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp; คนขึ้นไป สำหรับการจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมช่วงที่ผ่านมา จำนวน&amp;nbsp;76&amp;nbsp;คน แบ่งเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา&amp;nbsp;21&amp;nbsp;คน ความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;คน และ ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า วันนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เตรียมกำลังไว้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;กองร้อย จำนวน&amp;nbsp;1,860&amp;nbsp;นาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ภายใต้การบังคับบัญชา พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย รอง ผบช.น. โดยเน้นการปฏิบัติเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วในการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณที่มีการชุมนุมและป้องกันมือที่สามก่อความไม่สงบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มที่พบว่ามีความผิดนั้นมีการกระทำผิดลักษณะอย่างไร นายภุชงค์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นความผิด พรบ.คอมฯ โดยการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในภาพกว้าง ส่วนความผิดเรื่องของการยุยงปลุกปั่น ทำให้โครงสร้างพื้นฐานได้รับผลกระทบ ซึ่งผู้ที่กระทำความผิดทั้ง&amp;nbsp;58&amp;nbsp;รายนั้นได้ประสานไปยังผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ให้ระงับไปแล้ว และบางรายมีคำสั่งศาลแล้ว ส่วนบางรายก็ได้ใช้อำนาจคำสั่งของหัวหน้า พรก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าผู้ชุมนุมขีดเส้นตายให้ประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ภายในเวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น. ทางศูนย์ กอร.ฉ. จะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ต. ปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยหลังจากนี้จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมแล้ว ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมประกาศเซอร์ไพรส์เจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะเป็นการแยกย้ายชุมนุมตามจุดต่าง ๆ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมโดยการจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า เจ้าหน้าที่คิดว่าผู้ชุมนุมจะยกระดับการชุมนุมหรือไม่ พล.ต.ต. ปิยะ กล่าวว่า จากการประเมินเชื่อว่าผู้ชุมนุมขณะนี้สามารถยกระดับได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น ส่วนการดาวกระจายจะเป็นการเคลื่อนตัวไปตามสถานีรถไฟฟ้าต่าง ๆ เท่านั้น เชื่อว่าชุดเคลื่อนที่เร็วจะสามารถเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อยในส่วนนี้ได้ ส่วนกรณีที่แกนนำหลายคนได้รับการปล่อยตัวแล้วนั้น มีเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวโดยเฉพาะบางคนมีเงื่อนไขห้ามเข้าพื้นที่การชุมนุม ซึ่งขณะนี้ส่วนใหญ่มีหมายจับที่กำลังดำเนินการอยู่หลาย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หมาย โดยทางเจ้าหน้าที่ขอย้ำเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมว่าการกระทำในทุกกรณีที่เข้าข่ายผิดมีเจ้าหน้าที่คอยรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายทุกราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส ได้ตรวจสอบพบบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการยุยงทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ได้ส่งเรื่องมาให้กอร.ฉ. ดำเนินรวมแล้ว&amp;nbsp;58&amp;nbsp;เรื่อง ส่วนกรณีการบิดเบือนข้อมูลในลักษณะข่าวปลอมหรือเฟคนิวส์ ได้มีการปลุกระดมโดยผู้ไม่หวังดีโดยใช้บัญชีปิดบังตัวตนผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ชักชวนให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้วิธีการ&amp;nbsp;Looting&amp;nbsp;คือการปล้นสะดมในระหว่างสถานการณ์ที่มีความไม่สงบ โดยในทวิตเตอร์มีการแชทอ้างการกระทำลักษณะดังกล่าวในสถานการณ์การชุมนุมระหว่างประเทศ ซึ่งมีการชักชวนให้ทำลายทรัพย์สินของทางราชการและทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปในพื้นที่บริเวณการชุมนุม เพื่อยกระดับการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องนี้ทางกอร.ฉ.มีความเป็นห่วงและขอแจ้งเตือนประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมอย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีที่พยายามยุยง ปลุกปั่นให้กระทำการดังกล่าว เพราะนอกจากจะเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ยังผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเข้าข่ายฐานลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ หรือทำให้เสียทรัพย์แล้วแต่กรณี ส่วนผู้ที่ไม่หวังดีที่ทำการยุยง ปลุกปั่นในโลกออนไลน์ จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;และเป็นการฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบกลุ่มผู้ชุมนุมหลายๆ คน ได้รับข้อมูลลักษณะการเชิญชวนในทวิตเตอร์ แต่มีอีกหลายคนที่มีความเป็นห่วงเป็นใยได้มีการสื่อสารถึงกันและกัน พร้อมเตือนกันว่าอย่าตกเป็นเครื่องมือ ทางกอร.ฉ.ต้องขอขอบคุณที่มีสติในการช่วยเตือนกันเป็นการป้องกันระวังภัยสำหรับบุคคลที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หรือบุคคลที่ไม่หวังดีมาแทรกแซงด้วยเจตนาร้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81232</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง, กอร.ฉ., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พรก.ฉุกเฉิน, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, ภุชพงค์ โนดไธสง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, แฟลชม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e85898beef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
